
ลอบขนยาข้ามแม่น้ำโขงกลางดึกหวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เจอแผนซ้อนแผนของหน่วยมั่นคงไทย สกัดจับทันควัน ยึดของกลางมหาศาล 1.2 ล้านเม็ด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ กกล.สุรศักดิ์มนตรี – นรข.เขตหนองคาย ร่วมกับจังหวัดหนองคาย สกัดกั้นปฏิบัติการลักลอบขนยาข้ามโขงอย่างเหนือชั้น ตรวจยึดยาบ้าล็อตมหึมา จำนวนกว่า 1,280,000 เม็ด ได้สำเร็จในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.00 น.
โดยเจ้าหน้าที่สถานีเรือศรีเชียงใหม่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กรมทหารราบที่ 13) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวท้องถิ่นว่า จะมีการลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมายจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่ฝั่งไทย
เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่บ้านกองนาง ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จนกระทั่งพบเรือต้องสงสัยแล่นเข้ามาจากฝั่งลาว พร้อมชายประมาณ 3-4 คนกำลังลำเลียงกระเป๋าสีดำขึ้นฝั่ง
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มบุคคลดังกล่าวรีบวิ่งหลบหนีไปในความมืด ทิ้งกระเป๋า 4 ใบไว้ในจุดเกิดเหตุ เมื่อตรวจค้นภายในพบยาบ้าจำนวนมากถึง 1,280,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดทันที และนำส่ง สถานีตำรวจภูธรท่าบ่อ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ได้มีการจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวจากหลายหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) พ.อ.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , นาวาเอก วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย พ.ท.ณัฐวุฒิ มาฆะเซ็น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 ผู้แทน ผบ.กองบังคับการควบคุมที่ 2 (ร.13) , นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย
โดยความร่วมมือและการข่าวที่มีประสิทธิภาพจากทุกหน่วยงาน จนนำไปสู่การสกัดยาบ้าครั้งใหญ่ พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานในพื้นที่ยังคงคุมเข้มแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทุกเส้นทาง
การจับกุมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายต้านยาเสพติด และตอกย้ำถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ตอนบนของประเทศ