
กอ.รมน. เผยสถานการณ์มั่นคงเดือนสิงหาคมเดือดทุกด้าน! ตั้งแต่ชายแดนเดือด, ยาเสพติดทะลัก, โจรไซเบอร์อาละวาด ยันภัยคุกคามจากโดรน–สายลับ พร้อมลั่นทุกหน่วยต้องเดินเกมเร็ว ปรับกลยุทธ์สู้ศึกยุคใหม่
วันนี้ (27 สิงหาคม 2568) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 9/2568 โดยมี พล.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผู้ช่วย ผอ.รมน. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. และ ทบ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กอ.รมน.(ส่วนกลาง) สำหรับ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VTC)
โดยหน่วยที่เกี่ยวข้องได้สรุปสถานการณ์ความมั่นคงประจำเดือนสิงหาคม 2568 พบว่า สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความเคลื่อนไหวหลายด้าน โดยเฉพาะการสู้รบในเมียนมาที่ยังคงยืดเยื้อ กลุ่มต่อต้านสามารถควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้น ขณะที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังพบการละเมิดจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเสริมกำลัง วางทุ่นระเบิด และการเผยแพร่ข่าวปลอม
ในขณะที่ประเทศยังคงเผชิญกับภัยคุกคามด้านยาเสพติด โดยในช่วง 1–25 สิงหาคม มีการจับกุมคดีกว่า 100 คดี ยึดยาบ้ากว่า 70 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 2,400 กิโลกรัม และเฮโรอีน 60 กิโลกรัม พร้อมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสำคัญในภาคเหนือและอีสาน นอกจากนี้ยังพบการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน รวม 683 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานเมียนมาและกัมพูชา
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังคงสร้างความเสียหายต่อประชาชน โดยมีคดีกว่า 27,500 คดี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 2,100 ล้านบาท กอ.รมน. เน้นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการติดตามเส้นทางการเงิน การอายัดบัญชีม้า และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน
สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในขณะเดียวกัน มาเลเซียแสดงความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการพูดคุยสันติสุข เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ สำหรับการปรับโครงสร้างการจัด กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้เหมาะสมกับการถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยราชการในภาวะปกติ อยู่ระหว่างดำเนินการและจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณ 68 นี้
ส่วนการสนับสนุนกองทัพในการเฝ้าระวังพื้นที่ส่วนหลัง เฝ้าระวังภัยคุกคามจากการบินโดรนและการแฝงตัวของสายลับ โดยล่าสุดตรวจพบการบินโดรนและผู้ต้องสงสัยจำนวนมากในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 1 และ ภาค 2 ขณะที่ในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 3 และ ภาค 4 ยังไม่พบเหตุการณ์ ทั้งนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำการเฝ้าระวังและรับรายงานเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การป้องกันและรับมือเป็นไปอย่างทันท่วงที
ในช่วงท้ายของการประชุม รอง ผอ.รมน. ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยขึ้นตรงที่ได้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำถึงสถานการณ์ภัยคุกคามในปีนี้ที่มีความเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมเดิม โดยมีปัจจัยใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตอนใน และแรงงานต่างชาติในศูนย์อพยพที่ออกมาทำงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อการดำเนินงานด้านความมั่นคงภายใน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ดำเนินการประเมินผล ติดตาม และขับเคลื่อนงานให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยย้ำว่าการทำงานต้องดำเนินต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที