สทป.โชว์ศักยภาพ ยิงทดสอบ “MI-9 SMG” ส่งมอบ DSI ผ่านฉลุย ดันท่อลดเสียงนวัตกรรมไทย ลดเสียง 15%
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมเป็นสักขีพยานการยิงทดสอบปืนกลมือขนาด 9 มิลลิเมตร รุ่น MI-9 SMG พร้อมท่อลดเสียง จำนวน 36 ชุด ตามสัญญาส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อใช้ในภารกิจป้องกันและปราบปราม โดยการทดสอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามยิงทดสอบศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โดยมี พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการ สทป., ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดี DSI ผู้แทนอธิบดี DSI, พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ที่ปรึกษา สทป. และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน โดยกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการทดสอบตามข้อกำหนดของ DSI
การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สทป. และภาคเอกชน ภายใต้บริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด (WMI) เพื่อผลิตและจำหน่ายอาวุธปืน เสริมศักยภาพการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562

สำหรับปืนกลมือ MI-9 SMG ใช้ระบบแรงสะท้อนถอยตรง (Blowback) โครงสร้างเรียบง่าย น้ำหนักเบาเพียง 2.6 กิโลกรัม ขนาดกะทัดรัด คล่องตัวสูง มีพานท้ายให้เลือก 2 แบบ คือ LE และ PDW สามารถใช้ซองกระสุนร่วมกับ CZ Scorpion EVO 3 ได้ พร้อมระบบควบคุมแบบเดียวกับปืนตระกูล AR-15 ซึ่งเป็นมาตรฐานการฝึกของกองทัพไทย ช่วยให้ผู้ใช้งานคุ้นเคยโดยไม่ต้องฝึกระบบใหม่
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ความน่าเชื่อถือสูง ชิ้นส่วนน้อย ลดโอกาสขัดข้อง บำรุงรักษาง่าย รองรับการยิงต่อเนื่อง รอบการยิงคงที่ เหมาะกับปฏิบัติการระยะใกล้ถึงปานกลาง (CQB) ทั้งยังผ่านการทดสอบระบบกลไก ความแม่นยำที่ระยะ 10 และ 15 เมตร ความทนทานจากการยิงต่อเนื่อง และการใช้งานร่วมกับท่อลดเสียงโดยไม่เกิดการติดขัด

ขณะเดียวกัน ได้มีการพัฒนา “ท่อลดเสียงปืน รุ่น SHURIKEN 9” ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน ซึ่งสามารถลดเสียงได้เฉลี่ย 15% อยู่ในระดับไม่เป็นอันตรายต่อการได้ยิน ผ่านการทดสอบภาคสนามตามมาตรฐาน และได้รับอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตอกย้ำคุณภาพนวัตกรรมไทยที่นำไปใช้ได้จริง
การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าการบูรณาการงานวิจัยสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม เสริมความมั่นใจให้หน่วยงานผู้ใช้ เพื่อยกระดับการพึ่งพาตัวเอง แต่ยังเป็นกระบวนการที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพสูง และสามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าภาครัฐและภาคเอกชนของ สทป. ในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อภารกิจสำคัญของประเทศได้อย่างแท้จริง
