ศุลกากรหนองคายสนธิกำลังหลายหน่วยงาน สกัดจับยาเสพติดข้ามพรมแดน 2 คดีรวด ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 ยึดของกลาง “คีตามีนในพอตบุหรี่ไฟฟ้า–ยาอี–ไอซ์” รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และ น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร ที่กำชับให้เข้มงวดปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย

โดยนางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย พ.อ.ชูชาติ นนทบุตร ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นาวาเอก วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดหนองคาย พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.เมืองหนองคาย นาวาเอก วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท 2 กรณี ได้แก่
คดีแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.20 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายชาวไทยเดินทางเข้าประเทศด้วยรถโดยสารระหว่างประเทศจาก สปป.ลาว มีท่าทางพิรุธ จึงเรียกตรวจค้นอย่างละเอียด พบใช้เทปพันวัตถุต้องสงสัยรอบลำตัว ซุกซ่อน คีตามีนในรูปแบบหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) จำนวน 95 หัว น้ำหนักรวม 617 กรัม มูลค่าประมาณ 190,000 บาท ผลตรวจเบื้องต้นยืนยันมีสารคีตามีน ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2

คดีที่สอง เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศเส้นทาง เวียงจันทน์–อุดรธานี พบเสื้อคลุมสีดำวางอยู่บนที่นั่ง ลักษณะผิดปกติ เมื่อตรวจสอบพบเป็นของชายชาวจีน ภายในซุกซ่อนยาเสพติดหลายชนิด ได้แก่ ยาอี เม็ดสีส้ม 257 เม็ด , ยาอี เม็ดสีม่วง 9 เม็ด , ผงสีขาวต้องสงสัย เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) บรรจุ 12 ซอง น้ำหนัก 48 กรัม , ผงสีน้ำตาลต้องสงสัยยาเสพติดประเภท 1 น้ำหนักรวม 803 กรัมรวมมูลค่าของกลางประมาณ 5,018,600 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายศุลกากรต่อไป
