“บิ๊กดุลย์” เผย ไม่ต้องกังวล ลักลอบขนน้ำมันชายแดนส่งกัมพูชา ยัน กรมเจ้าท่า-ศรชล. คอยตรวจสอบ ชี้ เรือทุกลำต้องมี GPS หากผิดปกติเข้าข่ายกักตุน ขอ ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ย้ำ รบ.ทำเต็มที่ บอก หากดูแววตานายกฯ จะรู้ ท่านฝากดูแลตลอด
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงปัญหาการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า ได้มีการแถลงข้อเท็จจริงไปแล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลที่ชี้แจง เนื่องจาก “น้ำมัน” ถือเป็นยุทธภัณฑ์สำคัญที่มีความต้องการสูง ท่ามกลางสถานการณ์ขาดแคลนในปัจจุบัน
รมว.กลาโหม ระบุว่า การลักลอบขนส่งทางทะเลอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีทั้งกรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทำหน้าที่ติดตามเรือขนน้ำมันตั้งแต่ต้นทางโรงกลั่นไปจนถึงปลายทาง หากพบว่าใช้ระยะเวลาขนส่งผิดปกติ หรือมีการประวิงเวลา อาจเข้าข่ายกักตุนเพื่อรอราคาปรับสูง
“โดยปกติการขนส่งจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่หากยืดเยื้อเป็น 5 วันแล้วยังไม่ถึงจุดหมาย อาจมีเจตนากักตุนเพื่อรอขายในช่วงราคาขึ้น” พล.ท.อดุลย์ กล่าว
ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำว่า เรือทุกลำในอ่าวไทยซึ่งมีจำนวนหลายพันลำ จำเป็นต้องติดตั้งระบบ GPS เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางได้อย่างโปร่งใส หากพบเรือลำใดปิดสัญญาณหรือมีพฤติกรรมผิดปกติ จะถูกตรวจสอบทันทีตามมาตรการที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลทำงานเต็มกำลัง
“หากประชาชนไม่ช่วยกัน แล้วมาตำหนิแต่รัฐบาลก็ไม่เป็นธรรม รัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีเองก็ได้กำชับให้ติดตามและดูแลสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด” พล.ท.อดุลย์ กล่าวทิ้งท้าย