ผบ.ทสส. มั่นใจศักยภาพ F-16 หลังขึ้นบิน ลั่น มั่นใจกองทัพอากาศ 1,000% ปกป้องน่านฟ้าไทยได้ ยันไม่แพ้ใครในอาเซียน พร้อมเปิดใจชีวิตนักบินรบ ไม่แกร่งจริงอยู่ไม่ได้
ที่กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด เปิดเผยภายหลังร่วมขึ้นบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ว่า การได้สัมผัสภารกิจจริงบนอากาศ ทำให้เข้าใจชีวิต “นักรบทางอากาศ” มากขึ้น และยอมรับว่าไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ เพราะต้องอาศัยทั้งร่างกายที่แข็งแกร่ง จิตใจที่มั่นคง รวมถึงทักษะและความชำนาญขั้นสูง
ผบ.ทสส. ระบุว่า แม้ภาพลักษณ์ของนักบินจะดูสง่างาม น่าเกรงขาม แต่เมื่อได้ขึ้นไปอยู่บนเครื่องบินรบจริงๆ จึงรู้ว่าต้องเผชิญสภาพการทำงานที่หนักหน่วงและกดดันอย่างมาก หากร่างกายไม่พร้อมก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

“ผมได้ขึ้นไปนั่งเมื่อสักครู่ ต้องใช้ความอดทนสูงมากในการรับมือกับสภาพแวดล้อมแบบนั้น ทำให้เข้าใจว่านักบินทุกคนเสียสละและทำงานหนักมาก”พล.อ.อุกฤษฏ์กล่าว
พล.อ.อุกฤษฏ์ ยังชื่นชมการทำงานของกำลังพลภาคพื้นดิน ที่ทำหน้าที่สนับสนุนการบินอย่างเป็นระบบ ทั้งหน่วยควบคุมการบิน การแจ้งข้อมูล และการประสานงานระหว่างหมู่บิน F-16 หมู่บิน T-50TH รวมถึงหน่วยจราจรทางอากาศ ซึ่งทุกฝ่ายทำงานสอดประสานกันอย่างมืออาชีพ

ผบ.ทสส. กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ที่เคยร่วมปฏิบัติงานกับกองทัพอากาศในหลายภารกิจ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียด ภัยพิบัติน้ำท่วม รวมถึงภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมา ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพอากาศไทยอย่างเต็มที่
“พี่น้องประชาชนมั่นใจได้เลยว่า กองทัพอากาศไทยมีความพร้อมและมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก และจะเป็น Unbeatable Air Force ได้อย่างสมบูรณ์” พล.อ.อุกฤษฏ์ กล่าว

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการปกป้องน่านฟ้าและอธิปไตยของไทย ผบ.ทสส. ตอบชัดถ้อยชัดคำว่า “1,000% ครับ” พร้อมระบุว่า กองทัพอากาศไทยไม่เคยหยุดพัฒนา ทั้งการศึกษาเครื่องบินรบรุ่นใหม่ การวิจัยเทคโนโลยี และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านความมั่นคง เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในอนาคต
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย หรือ Joint Capabilities Command (JCC) ว่า เป็นการยกระดับการทำงานร่วมกันของทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ให้สามารถประสานกำลังและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
