“บิ๊กโก๋” นำทัพ ลงพื้นที่ปราสาทตาควาย–ตาเมือนธม–เนิน 350 ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ให้กำลังใจกำลังพล ย้ำไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย แต่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งขยายวง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ. ในฐานะผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และเนิน 350 เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมเผยว่า การลงพื้นที่ทำให้เห็นสภาพจริงและได้รับข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานโดยตรง พร้อมชื่นชมกำลังพลที่มีความเข้มแข็ง อดทน เสียสละ มีวินัย และเป็นมืออาชีพ โดยทุกนายเข้าใจหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของประเทศ
สำหรับสถานการณ์บริเวณปราสาทตาควาย ฝ่ายไทยยังติดตามอย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท โดยเหตุวันที่ 9 ส.ค. เวลาประมาณ 15.42 น. มีรายงานเสียงระเบิดทางตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทตาควาย จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากฐานฝ่ายไทยประมาณ 2.4 กิโลเมตร และจากการประเมินทิศทางคาดว่ามาจากฝั่งกัมพูชา
แ ย้ำว่า การสื่อสารเรื่องชายแดนต้องยึดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ด่วนสรุปหรือเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเพิ่มความตึงเครียด ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงรักษาความพร้อม ดูแลกำลังพลและประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ
ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับทราบความคืบหน้าโครงการขยายระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ปราสาทตาควาย–เนิน 350 ตามนโยบายรัฐบาล โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จช่วงต้นปี 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติงาน การสื่อสาร ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของกำลังพลในพื้นที่
พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ความมั่นคงไม่ได้มีเพียงกำลังทหาร แต่รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น การนำไฟฟ้าและระบบสนับสนุนเข้าถึงพื้นที่แนวหน้า เป็นการยืนยันว่าพื้นที่ชายแดนไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ถูกปล่อยให้อยู่เพียงลำพัง
พร้อมฝากถึงประชาชน ขอให้เชื่อมั่นในกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยทหารแนวหน้ามีครอบครัว ประชาชน และคนไทยทั้งประเทศอยู่เบื้องหลัง พร้อมย้ำว่าไทยต้องการสันติภาพ แต่การรักษาสันติภาพต้องเดินควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ
“เราสามารถรักชาติได้โดยไม่สร้างความเกลียดชัง เข้มแข็งได้โดยไม่ยั่วยุ และปกป้องอธิปไตยได้โดยยึดมั่นในกฎหมายและหลักสากล” ผอ.JIC กล่าว