“บิ๊กต่าย” นั่งหัวโต๊ะ เขย่าโผสีกากี ถกบอร์ดกลั่นกรอง ดันนายพลล็อตใหญ่ 163 ตำแหน่ง “นพศิลป์” นั่งสตม. – “วสันต์”คว้าอี้ ผบช.ภ.2 – “นพเก้า” นั่ง ผบช.ภ.4 “ทินกร” แรงขึ้น ผบช.สอท. จับตา “ตั๋วแรง” แซงอาวุโส 94 เก้าอี้ ผบก. ครองตำแหน่ง 4 ปีคว้าเก้าอี้ไปนั่ง
วันนี้ 23 ส.ค.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ตร. หรือบอร์ดกลั่นกรอง นัดประชุมคณะกรรมการฯ มี รอง ผบ.ตร. และผู้แทนสำนักงาน ก.พ. กำหนดประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง จตช. ลงมาถึงระดับ ผบก. วาระประจำปี 2569
สำหรับปีนี้มีตำแหน่งว่าง 163 ตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ผบช.ว่าง 19 ตำแหน่ง รอง ผบช.ว่าง 41 ตำแหน่ง ผบก.ว่าง 94 ตำแหน่ง ระดับรอง ผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง พิจารณาแต่งตั้งเรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจตช. และ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.
โดยมีการสลับให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ โยกมาเป็น รอง ผบ.ตร. หลัก และให้ พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจตช. ขึ้นมาเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ แทน
ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 6 ตำแหน่ง พิจารณาแต่งตั้งเรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5
ระดับ ผบช. ตำแหน่งหลักอยู่ที่เดิม ได้แก่ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นรต.รุ่น 46 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. นรต.รุ่น 47 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. นรต.รุ่น 48 พล.ต.ท.ยศวินท์ หรรษมนตร์ ผบช.ส. นรต.รุ่น 45 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9
ตำแหน่งที่น่าสนใจประกอบด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 46 โยกเป็น ผบช.สตม. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 41 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร โยกเป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. นรต.46 นายตำรวจคนสนิท พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ขึ้นเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.สพฐ.ตร. นรต.รุ่น 44 คุมพื้นที่สีน้ำเงิน เป็นผบช.ภ.3
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผบช.ภ.4 นรต.รุ่น 48 เลื่อนเป็นผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. นรต.46 เลื่อนเป็นผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผบช.ภ.6 นรต.รุ่น 44 เลื่อนเป็น ผบช.ภ.6 พล.ต.ท.ศิรัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จตร.(สบ.8) โยกเป็น ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 45 โยกเป็น ผบช.ภ.8
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 52 โยกเป็น ผบช.ปส. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผบช.ทท. นรต.รุ่น 42 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผบ.ตร. เลื่อนเป็น ผบช.ทท.
พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผบช.สอท. นรต.46 มือปราบอาชญากรรมไซเบอร์ เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สอท. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.รุ่น 48 ได้รับเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. เป็น ผบช.สกบ. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผบช.สอท. นรต.รุ่น 45 ได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.
พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร รองผบช.สกพ. เลื่อนเป็น ผบช.สกพ. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. นรต.รุ่น 48 เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สทส. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบช.ปส. นรต.รุ่น 50 เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ศิวะแพทย์ รองผบช.สยศ.ตร. ขึ้น ผบช.สยศ.ตร. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 นรต.รุ่น 42 โยกเป็นหัวหน้าจเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผบช.ภ.7 เลื่อนเป็น ผบช.กมค. นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 45 เลื่อนเป็น ผบช.ประจำสนง.ผบ.ตร.
ขณะเดียวกันการพิจารณาการแต่งตั้งระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ที่มีตำแหน่งว่าง 94 ตำแหน่งโดยพิจารณาแต่งตั้งตามลำดับอาวุโส 50% จำนวน 47 ตำแหน่ง ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนขึ้นเป็น ผบก.โดยอัตโนมัติ และความรู้ความสามารถอีก 47 ตำแหน่ง และในอาวุโส 50% นั้นจะมีรองผบก.ที่มีอาวุโส 9 ปี จำนวน 14 นาย อาวุโส 8 ปี อีก จำนวน 33 นาย ที่จะได้รับการแต่งตั้งแบบอัตโนมัติในประเภทอาวุโส
สำหรับรายชื่อกลุ่มอาวุโส 50% จำนวน 47 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.สส.ภ.7 2.พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 3.พ.ต.อ.สมชาย จันทร์คง รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ 4.พ.ต.อ.จำเริญ ลุสวัสดิ์ รอง ผบก.กต.4 5.พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี 6.พ.ต.อ.พรชัย แก่นเพชร รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น 7.พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี
8.พ.ต.อ.ศุภสวัสดิ์ ศรีนาคา รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ 9.พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี 10.พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ศฝร.ภ.8 11.พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน รอง ผบก.น.2 12.พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง 13.พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผบก.อก.ภ.6 14.พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา 15. พ.ต.อ.ยศนันท์ ชมบุญ รอง ผบก.ศฝร.ภ.3
16.พ.ต.อ.กิตติพงศ์ วิเศษสงวน รอง ผบก.กส. 17.พ.ต.อ.จารุวิทย์ วงศ์ชัยกิตติพร รอง ผบก.กค.ภ.9 18.พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 19.พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ 20.พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม 21.พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ตั้งวงษ์เจริญ รอง ผบก.ศฝร.ภ.4 22.พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น
23.พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ 24.พ.ต.อ.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผบก.ศพฐ.10 25.พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อาจารย์ (สบ 5) กลุ่มงานอาจารย์ บช.ศ. 26.พ.ต.อ.อรรถชาย อรรถตราสิงห์ รอง ผบก.ส.3 27.พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา 28.พ.ต.อ.เศวก โพนทัน รอง ผบก.ภ.จว.ยโสธร 29.พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5
30.พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล 31.พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี 32.พ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย รอง ผบก.อก.บช.ตชด. 33.พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิขพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา 34.พ.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ บวรวงค์พิทักษ์ รอง ผบก.อก.สกบ. 35.พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู 36.พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 37.พ.ต.อ.หทัยวัฒก์ จารุชัยนิวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์
38.พ.ต.อ.วิโรจน์ สีน้ำเงิน รอง ผบก.สส.ภ.4 39.พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม 40.พ.ต.อ.จักริน พันธ์ทอง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี 41.พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 42.พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม 43.พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง 44.พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 46.พ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.3 และ 47.พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี
ทั้งนี้มีการจับตาการแต่งตั้งกลุ่มที่มีตั๋วโดยครองตำแหน่ง รอง ผบก.เพียง 4 ปี มีจำนวนถึง 6 นาย ที่มีอายุราชการอีกยาว จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบก. ทำให้การแต่งตั้งอาจไม่เป็นตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 65 และกฎ ก.ตร.ที่ให้แต่งตั้งส่วนที่เหลือจากอาวุโส 50% โดยให้พิจารณาโดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน ซึ่งในการพิจารณาความรู้ความสามารถนั้นให้คำนึงถึงประวัติการรับราชการผลการปฏิบัติงานความประพฤติ ซึ่งต้องนำมาเปรียบเทียบกันให้ชัดเจนไม่ใช่ใช้เพียงระบบโควตา หรือตั๋วใครมาเป็นตัวพิจารณา