“บิ๊กเล็ก” ลั่นทวง ปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา คืนแน่! ย้ำเป็นของไทย พร้อมเน้นถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด จัดการชายแดน พร้อมสร้างรั้วหลากรูปแบบ ใช้เจรจาและสันติวิธีเป็นหลัก แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ “ไม่ปิดประตู” ใช้กำลังได้ พร้อมรับมือเหตุปะทะไม่คาดฝัน
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ยืนยันชัดปราสาทตาควายและปราสาทคนาอยู่ในเขตอธิปไตยไทย พร้อมเดินหน้าเรียกร้องทวงคืนตามกรอบความตกลงกับกัมพูชา โดยย้ำลำดับสำคัญ 4–5 ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่
1.ถอนอาวุธหนักออกจากแนวชายแดนก่อน เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงกับประชาชน
2.เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิด หากกัมพูชาไม่ดำเนินการ ไทยจะจัดเก็บในพื้นที่อธิปไตยของตัวเองและให้ AOT/ผู้สังเกตการณ์ติดตาม
3.ใช้กลไก JBC ในการบริหารจัดการชายแดน ทวงคืนพื้นที่ที่เป็นของไทยโดยเฉพาะพื้นที่สระแก้ว (บ้านหนองจาน–หนองหญ้าแก้ว)
4.สร้างรั้วชายแดนเชิงยุทธศาสตร์ ตามภูมิประเทศ 3 ลักษณะสันปันน้ำ ลำน้ำ และแนวเส้นตรง โดยผสมทั้งรั้วกึ่งถาวร ลวดหนาม และรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในจุดที่เหมาะสม
รมว.กลาโหม กล่าวว่า หากสามารถเดินหน้าข้อตกลงทั้งหลายได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อสถานการณ์ชายแดน แต่ยอมรับว่าหากทำมากพร้อมกันอาจเกินขีดความสามารถในระยะสั้น จึงต้องดำเนินเป็นลำดับตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
สำหรับกรณีปราสาทคนาที่กัมพูชาสร้างบันได-กระเช้า เป็นเรื่องที่ไทยมองเป็นประเด็นเพิ่มเติม จะดำเนินการเชิงประท้วงและแก้ไขในลำดับต่อไป แต่ยืนยันใช้สันติวิธีเป็นตัวตั้ง การใช้กำลังจะเป็นทางเลือกสุดท้ายและเฉพาะกรณีจำเป็นเท่านั้น
ส่วนประเด็นเก็บกู้ระเบิดที่ปรับจาก 13 เป็น 5 พื้นที่นำร่อง จะดำเนินการตามพื้นที่นำร่องก่อน หากบรรยากาศการเจรจาคืบหน้า จะพิจารณาขยายการเก็บกู้ต่อไป