“แม่ทัพไก่” นำทัพประกาศความพร้อมทุกด้าน ทั้งภารกิจถวายงานพระราชพิธี ปกป้องชายแดนไทย–กัมพูชา “ซีลแน่น” สกัดทุกภัยคุกคาม พร้อมระดมกำลังช่วยประชาชนรับมือพายุ “คัลแมกี”
กองทัพภาคที่ 1 จัดประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยได้ชี้แจงนโยบายของกองทัพบกและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก รวมทั้งได้ชี้แจงนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อให้กำลังพลได้รับทราบและมีความเข้าใจนโยบายการปฏิบัติงานที่สำคัญสามารถนำไปยึดถือเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสาระสำคัญ คือ
1.ด้านกำลังพล โดยให้ความสำคัญกับการปลูกฝังอุดมการณ์ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความเป็นทหารอาชีพ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดูแลสิทธิสวัสดิการของกำลังพลและครอบครัว มุ่งเน้นให้ผู้บังคับหน่วยต้องเป็นที่พึ่งของกำลังพล รวมทั้งดำรงวัฒนธรรม สังคมทหาร ให้มีความเข้มแข็งสามัคคี น่าอยู่

2.ด้านการข่าว ทุกหน่วยต้องติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทุกมิติ เพื่อให้สามารถเตรียมการตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
3.ด้านยุทธการ ให้ความสำคัญกับการฝึกตามวงรอบประจำปี โดยปรับการฝึกให้ทันสมัยสอดคล้องกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น เพื่อให้หน่วยมีความพร้อมรบอย่างสูงสุดในทุกภารกิจ
4.ด้านส่งกำลังบำรุง โดยเน้นย้ำสิ่งอุปกรณ์ต่างๆของกองทัพบก ไม่ให้เกิดการรั่วไหลโดยเด็ดขาด โดยมีมาตรการตรวจสอบ รวมทั้งการดูแลยุทโธปกรณ์ของหน่วยให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจได้อย่างทันท่วงที
5.ด้านกิจการพลเรือน ให้ความสำคัญในการสร้างเครือข่ายมวลชน สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ ควบคู่กับการปฏิบัติงานด้านจิตอาสาทุกในรูปแบบอย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมประชุมโดยให้ความสำคัญในการรวมพลังน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสั่งการให้ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 1 มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ถวายงานและสนับสนุนในพระราชพิธีต่างๆ ด้วยความจงรักภักดีอย่างสมพระเกียรติ และได้กล่าวถึงภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ ได้เน้นย้ำให้กองกำลังป้องกันชายแดน ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ดำรงความเข้มงวดในทุกมาตรการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว กำชับให้ กกล.บูรพา เตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งมาตรการซีลชายแดนในทุกรูปแบบโดยตรึงกำลังตลอดแนวและควบคุมการปิดด่านอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กล่าวถึงการฝึกและการดูแลทหารกองประจำการ ซึ่งเมื่อ 1 พ.ย.68 ที่ผ่านมา หน่วยได้ดำเนินการรับทหารใหม่ผลัดที่ 2 ประจำปี 2568 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ โดยกำชับให้ผู้บังคับหน่วยและหน่วยฝึกทหารใหม่ ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการความเป็นอยู่ ส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพในทุกด้าน รวมไปถึงการช่วยเหลือครอบครัวทหารใหม่ที่ประสบปัญหาต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยในห้วงท้ายการประชุม แม่ทัพภาคที่ 1 ได้แสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอิทธิพลของพายุคัลแมกีที่จะเคลื่อนตัวเข้าประเทศไทย ในห้วงวันที่ 7-9 พ.ย.นี้ โดยกำชับให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการบรรเทาสาธารณภัย ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ในช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทุกภาคส่วนได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบให้เกิดกับประชาชนน้อยที่สุด