“เสธ.ต้น”สุดทน! ร้องกองปราบสอบ “หมอยศนายพล” ปลอมเวชระเบียน-ใบรับรองแพทย์ หวังฮุบสมบัติย่า มูลค่ากว่า 10 ล้าน พบพิรุธสติ๊กเกอร์ซ้ำ-บันทึกเท็จ-เร่งเผาศพหวังลบร่องรอย
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 พ.อ.กรศักร สุวรรณเตมีย์ หรือ “เสธ.ต้น” นายทหารประจำสำนักนโยบายและแผน กลาโหม พร้อมด้วยนายอรรณพ บุญสว่าง หรือ “ทนายเป้ง” และนายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพุทธศาสนา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตรวจสอบแพทย์ทหารยศนายพลรายหนึ่ง ฐานต้องสงสัยว่าปลอมแปลงเวชระเบียนและใบรับรองแพทย์ของผู้ป่วย ซึ่งเป็นญาติผู้เสียชีวิต โดยมีเป้าหมายเพื่อฮุบมรดกจำนวนมาก
สาเหตุของการร้องเรียนครั้งนี้มาจากข้อสงสัยในการรักษาและเอกสารเวชระเบียนของ “ย่าเล็ก” อายุ 92 ปี ญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเข้ารับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในปี 2562 ก่อนจะเสียชีวิตในปี 2564 โดยญาติพบว่าในช่วงก่อนเสียชีวิต ย่ามีอาการดีขึ้นจนสามารถพูดคุยและเซ็นเอกสารได้เอง แต่กลับมีการบันทึกในเวชระเบียนว่า “ผู้ป่วยไม่สามารถเขียนหนังสือได้”
เมื่อทำการตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์เพิ่มเติม พบหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้ “แท็กสติ๊กเกอร์” ที่แสดงข้อมูลวันที่รักษาและอายุผู้ป่วยซ้ำซ้อนกันจำนวนมาก บางครั้งพบมากถึง 300-400 ใบ ซึ่งถูกนำมาใช้บันทึกข้อมูลการรักษาย้อนหลัง โดยไม่สอดคล้องกับอาการผู้ป่วยในขณะนั้น และอาจเข้าข่ายการสร้างเอกสารเท็จ

นอกจากนี้ ยังพบใบรับรองแพทย์ 2 ฉบับ ที่ออกโดยแพทย์คนเดียวกัน และมีข้อมูลเหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ป่วย อายุ 92 ปี 4 เดือน 17 วัน รวมถึงข้อวินิจฉัยว่า “ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถลงนามได้ ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือแทน” แต่กลับมีวันออกเอกสารต่างกัน โดยฉบับแรกลงวันที่ 24 ธันวาคม 2562 และอีกฉบับวันที่ 15 มกราคม 2563 ซึ่งทั้งสองฉบับถูกนำมาใช้ประกอบพินัยกรรมที่ยกมรดกทั้งหมดให้แพทย์นายพลรายนี้เพียงผู้เดียว
เสธ.ต้น ตั้งข้อสังเกตว่า แพทย์รายนี้มีศักดิ์เป็น “อา” ของตน และเป็นผู้ดูแลย่าเล็กในช่วงพักฟื้นที่บ้าน ก่อนเสียชีวิต โดยไม่อนุญาตให้สมาชิกครอบครัวรายอื่นเข้าเยี่ยม กระทั่งหลังการเสียชีวิต ญาติคนดังกล่าวยังรีบดำเนินพิธีฌาปนกิจภายในเวลาเพียงวันเดียวหลังสวดอภิธรรมแค่คืนเดียว โดยไม่แจ้งสิทธิของข้าราชการเกษียณ ซึ่งสามารถขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและเพลิงพระราชทานได้ อีกทั้งยังไม่อนุญาตให้มีการผ่าชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดยนำศพออกทันทีเพื่อนำไปฌาปนกิจ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เสธ.ต้นและทนายความได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อแพทยสภา ให้ตรวจสอบจริยธรรมการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ 4 นายจากโรงพยาบาลทหารที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารฉบับดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในประเด็นมรดก เสธ.ต้น ระบุว่า ย่าเล็กมีทรัพย์สินส่วนตัวและเครื่องประดับรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยไม่มีชื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม ซึ่งพินัยกรรมที่ถูกจัดทำภายใต้เอกสารทางการแพทย์ที่มีข้อพิรุธนี้ ระบุให้ผู้รับประโยชน์เพียงคนเดียวคือแพทย์ทหารยศนายพลที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา
เสธ.ต้น ยืนยันว่า การดำเนินการในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้งในครอบครัว แต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่าเวชระเบียนมีการแก้ไขย้อนหลังหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนการรักษามีความถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ เพราะทุกประเด็นมีความเกี่ยวข้องกับข้อสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของย่าซึ่งยังค้างคาใจครอบครัวจนถึงวันนี้