“ทวี” ลั่นปฏิรูปสิทธิมนุษยชน เขียนใหม่ในรัฐธรรมนูญ เลิกสอดแนมประชาชน ยกเลิกกฎพิเศษชายแดนใต้
วันที่ 28 ม.ค. 2569 ที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ขึ้นเวทีดีเบตวาระสิทธิมนุษยชน ย้ำจุดยืน “ชาติคือประชาชน” บนฐานพหุวัฒนธรรม ต้องเคารพศักดิ์ศรี ความแตกต่าง และความยุติธรรม พร้อมชี้ว่าสิทธิมนุษยชนถูกพูดถึงมานาน แต่ไม่เคยถูกเขียนไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติเกิดจากพื้นที่ที่ถูกละเมิดสิทธิ จึงต้องนำประเทศกลับสู่หลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง พร้อมยกผลงานช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ที่ทำให้ไทยได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมถึงการผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหาย ซึ่งยังขาดกลไกเยียวยาในอดีต และปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ กว่า 5 แสนคน ที่ยังรอการแก้ไข
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่า พรรคเตรียมความพร้อมสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ กระจายอำนาจ ทรัพยากร และความกินดีอยู่ดีอย่างเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ขาดพลัง ไม่มีศาลสิทธิมนุษยชน และเปิดช่องให้อำนาจตกอยู่ในมือเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ พ.ต.อ.ทวี เสนอให้ยกเลิกกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 33 อำเภอ 3 จังหวัด แล้วใช้ พ.ร.ก.ส่งเสริมสันติภาพแทน เพื่อเปิดทางกระบวนการสันติภาพ พร้อมแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิชาวมุสลิม โดยเฉพาะเรื่องการเงินปลอดดอกเบี้ย และผลักดันอุตสาหกรรมการเงินอิสลามอย่างจริงจัง
กรณีการสอดแนมประชาชนและนักสิทธิมนุษยชน พ.ต.อ.ทวี ระบุชัดว่า รัฐบาลที่ดีต้องไม่ปกครองด้วยความหวาดระแวง การแอบฟัง แอบถ่าย ดักข้อมูล หรือสะกดรอย เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ต้องไม่ยอมให้พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบเข้าสู่ศาล และต้องขยายบทลงโทษถึงขั้นยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง
“ผมคือคนที่ถูกสอดแนมมากที่สุด ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หากไม่หยุดไอโอและการสร้างความเกลียดชัง ประเทศนี้เดินต่อไม่ได้ หากเป็นรัฐบาล เรื่องพวกนี้ต้องยุติ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว และว่าด้านนโยบายสังคม พรรคประชาชาติมองว่าทุกชีวิตมีคุณค่า เสนอสนับสนุนเงินดูแลหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนเด็กอายุ 7 ปี แต่ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง โดยรัฐต้องเข้าไปดูแลและคุ้มครองผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม
ท้ายสุด พ.ต.อ.ทวี ย้ำการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ลดความรวมศูนย์ เสนอให้ 3 จังหวัด 4 อำเภอชายแดนใต้เป็นเขตปลอดภาษีสรรพสามิต ลดราคาน้ำมันเหลือลิตรละ 20 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาน้ำมันเถื่อน