“แม่ทัพภาคที่ 1” นำทีมบูรณาการทุกหน่วย ซ้อมแผนบริหารจัดการน้ำครั้งใหญ่ รับฤดูฝนปี 2569 ครอบคลุม 26 จังหวัดภาคกลาง วางระบบเชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เร่งลดความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ปกป้องประชาชน ภาคเกษตร และเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผอ.รมน.ภาค 1 เป็นประธานการฝึกซ้อมบนภูมิประเทศจำลอง (Rock Rehearsal) ด้านการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง ช่วงฤดูฝน ประจำปี 2569 ที่หอประชุมกองทัพภาคที่ 1

การฝึกครั้งนี้มีหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย GISTDA กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยทหารในพื้นที่ และ กอ.รมน.จังหวัดทั่วภาคกลาง เพื่อบูรณาการแผนรับมือภัยพิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
พล.ท.วรยส กล่าวว่า ปีนี้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลางทั้ง 26 จังหวัด โดยตั้งเป้าลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ลดผลกระทบต่อประชาชน ภาคการเกษตร และระบบเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมแผนรองรับทั้งอุทกภัยและภัยแล้งที่อาจเกิดจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ

สำหรับ กอ.รมน.จังหวัด จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงาน เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทุกหน่วยงาน เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำให้มีประสิทธิภาพ และสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์จริง
การดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำร่วมกัน การฝึกซ้อมแผนจากสถานการณ์จำลอง เพื่อเพิ่มความเข้าใจด้านการบริหารมวลน้ำ การระบายน้ำ และการช่วยเหลือประชาชน ก่อนเข้าสู่การติดตามและกำกับการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุจริง

นอกจากนี้ ยังนำระบบแสดงภาพสถานการณ์ร่วม (Common Operational Picture) และรายงานแบบ One Page มาใช้เป็นศูนย์กลางข้อมูล ทำให้ทุกหน่วยเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ตั้งแต่สถานการณ์น้ำตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา การบริหารเขื่อน การใช้ทุ่งรับน้ำ ไปจนถึงการเร่งระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้การวางแผนและการสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ
ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานจะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในช่วงฤดูฝน
