“บิ๊กดุลย์” ให้โอวาท 25 ผู้ช่วยทูตทหาร เตรียมปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ ย้ำทุกภารกิจ คำพูด การตัดสินใจมีผลต่อเกียรติภูมิประเทศ สั่งเดินหน้าสร้างมิตร ความไว้วางใจ และความร่วมมือด้านความมั่นคง พร้อมเปิดรับข้อมูลรอบด้านจากพื้นที่
ที่ห้องสุรศักดิ์มนตรี ศาลาว่าการกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีอำลาและรับนโยบายแก่คณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ประจำปี 2569 จำนวน 25 นาย โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้แทนเหล่าทัพ เข้าร่วมพิธี
พล.ท.อดุลย์ กล่าวให้โอวาทว่า การได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาทางทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร รองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร นายทหารจัดหา และผู้ช่วยนายทหารจัดหา ไม่ใช่เพียงการไปรับราชการในต่างประเทศ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนกองทัพไทยและประเทศไทย จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ
ขอให้นายทหารทุกนายตระหนักว่า ทุกคำพูด การกระทำ และการตัดสินใจ ล้วนมีผลต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศ จึงต้องวางตัวสุภาพ รอบคอบ มีวินัย และเป็นมืออาชีพ รักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของชาติให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ

รมว.กลาโหม ยังเน้นบทบาทของนายทหารที่ไปประจำต่างประเทศ ในการเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเจ้าภาพ มุ่งสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ โดยขอให้เปิดใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา ตลอดจนบริบททางการเมืองและความมั่นคงของประเทศที่ไปประจำการ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและยั่งยืน
นอกจากนี้ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และรอบคอบ ยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ เนื่องจากข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และข้อเสนอแนะจากนายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจด้านความมั่นคงของประเทศ
พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยจำเป็นต้องมีเครือข่ายมิตรประเทศที่เข้มแข็ง นายทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศจึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างมิตร สร้างความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และแสวงหาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

ช่วงท้าย รมว.กลาโหม อวยพรให้นายทหารทั้ง 25 นาย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ ความกล้าหาญ สติปัญญา และหัวใจของผู้รักชาติ ขอให้ประสบความสำเร็จ ปลอดภัย และสร้างเกียรติแก่ตนเอง กองทัพ และประเทศไทย