กองทัพไทยเร่งเสริมแนวชายแดนจันทบุรี-สระแก้ว เดินหน้าสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน พร้อมเสนอ “ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติ” เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ไม่สามารถก่อสร้างรั้วได้
พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยภายหลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ภายใต้กองทุนหทัยทิพย์ ว่า ถนนตรวจการณ์ ระยะที่ 2 ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52-59 ระยะทางรวม 8.380 กิโลเมตร โดยบริเวณหลักเขตแดนที่ 54-55 ระยะทาง 3.45 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้ว 2.6 กิโลเมตร เหลือประมาณ 250 เมตร
ส่วน รั้วชายแดน ระยะที่ 2 บริเวณหลักเขต 54-55 ระยะทาง 3.45 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้างตอม่อและเสา คืบหน้า 1.5 กิโลเมตร ขณะที่งานคานคอดินดำเนินการแล้ว 460 เมตร
นอกจากนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยเสนอแนวคิด “ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติ” ในพื้นที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว และ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยเน้นพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างรั้วได้ เช่น ลำคลองหรือสันเขา
ระบบจะติดตั้งกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ตรวจจับเป็นแนว โดยเว้นระยะห่างประมาณ 400 เมตร และมีส่วนควบคุมกำกับการทำงาน
สำหรับ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ เตรียมใช้ หอตรวจการณ์สูง 20 เมตร ให้กำลังพลขึ้นตรวจการณ์และเชื่อมโยงกับถนนตรวจการณ์ ส่วน จ.สระแก้ว ซึ่งมีป่ารกทึบและแนวคลอง จะใช้ เสาสัญญาณสูง 6 เมตร ติดตั้งกล้อง 3 ตัว
ขณะเดียวกัน แนวเส้นปฏิบัติการ-เส้นเขตแดน จะติดตั้ง ไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic) เพื่อช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน เพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังพื้นที่