“บิ๊กดุลย์” ผวาอนาคต AI ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งโจมตีทางไซเบอร์ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร สืบค้นข้อมูลด้านความมั่นคง หวั่นกองทัพไทยถูกล้วงกำลังรบไทย โดยเสิร์ชจาก ChatGPT ย้ำเราต้องช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล และ ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ เพราะข้อมูลคือทรัพยากร ใครได้ไปคนนั้นครองโลก
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เปิดโครงการ “ความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เสริมพัฒนาศักยภาพกำลังพลด้านปัญญาประดิษฐ์” เตือนโลกเข้าสู่ยุคที่ AI เปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและมิติความมั่นคง ชี้แม้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น แต่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และการสืบค้นข้อมูลด้านความมั่นคงของไทยได้ละเอียดถึงขีดความสามารถทางทหาร
รมว.กลาโหม ยกตัวอย่าง หากต้องการรู้ว่ากองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้านใครมีขีดความสามารถเหนือกว่า เพียงค้นผ่าน ChatGPT ก็อาจพบข้อมูลเกี่ยวกับรถถังของไทยได้ถึงยี่ห้อ จำนวน และชนิดอาวุธที่ใช้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตอาจล่วงรู้ได้ถึงความเสียหายของยุทโธปกรณ์แต่ละประเภท
“อยากรู้ว่าขีดความสามารถกำลังรบไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ใครดีกว่ากัน เสิร์ช ChatGPT รู้แม้กระทั่งรถถังเรายี่ห้ออะไร มีกี่คัน ใช้ปืนอะไร ผมว่าต่อไปคงรู้ว่าพังกี่คัน”
พล.ท.อดุลย์ ยังเตือนถึงผลกระทบต่อการศึกษาและคนรุ่นใหม่ หลังพบการใช้ AI ช่วยทำงานโดยขาดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยกล่าวติดตลกว่า “ลูกของผมก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน รอให้ครูสั่งการบ้านแล้วก็มาถาม ChatGPT” ซึ่ง สถาบันการศึกษาต้องเร่งพัฒนาทักษะบุคลากรให้เท่าทันโลกอนาคต ขณะที่ประชาชนต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี
ด้านความมั่นคง รมว.กลาโหม ระบุว่า ภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องร่วมกันสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล” ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ คิดก่อนคลิกลิงก์ ไตร่ตรองก่อนแชร์ และให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลองค์กร และข้อมูลสำคัญของประเทศ พร้อมย้ำว่า “ข้อมูลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ใครได้ข้อมูลไปคนนั้นครองโลก”
ขณะเดียวกันยังยกภาพภัยคุกคามจากเทคโนโลยีทางทหาร โดยเฉพาะโดรน FPV และฝูงโดรนโจมตี (Swarm Drones) หากถูกนำ AI มาใช้ร่วมกับการสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวบุคคล หรือตรวจจับทะเบียนรถแล้วล็อกเป้าหมายโจมตี อาจนำไปสู่ความสูญเสียได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นว่าการพัฒนา AI ต้องควบคู่กับความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม และกรอบกฎหมาย
รมว.กลาโหม ยังเตือนว่า แม้ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อกองทัพและทหารไทยในระดับสูง แต่ยุคโซเชียลมีเดียทำให้ข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็ว หากกำลังพลเพียงบางรายประพฤติมิชอบ อาจกระทบภาพลักษณ์ของทหารทั้งหมด ขณะที่บางองค์กรยังพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพ
“เราไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้” รมว.กลาโหมกล่าว และว่า AI อาจเปลี่ยนวิธีทำงานของคนในปัจจุบัน แต่สิ่งที่จะชี้ว่าเทคโนโลยีจะถูกนำไปสร้างอนาคตหรือสร้างปัญหา คือความสามารถของคนในการรู้เท่าทันและใช้งานอย่างรับผิดชอบ