นราธิวาสปิดเมือง! คุมเข้มชายแดนไทย-มาเลย์ เคอร์ฟิว 3 ทุ่มทั้งจังหวัด ตรวจค้นเต็มอำนาจกฎอัยการศึก หลังเหตุรุนแรงถี่ เพื่อสกัดไฟใต้ หยุดการเคลื่อนไหวผู้ไม่หวังดี
สืบเนื่องจาก สถานการณ์คนร้ายก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 29/2569 เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
พร้อมทั้ง กำหนดให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดน ไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเข้มงวดการผ่าน เข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท และการเดินทางผ่าน เข้า – ออก ของประชาชน การค้าขายสินค้าทุกประเภท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

2. ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ภายในระหว่างระยะเวลา 21.00 – 05.00 น. ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่
3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการ การรักษาความสงบเรียบร้อยและด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น ตามมาตรา 9 และ การห้าม ตามมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และใช้อำนาจอื่น ๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
4. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
5. ขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดำเนินการด้านยุทธการ

6. การมีผลบังคับใช้ประกาศนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่ง
เปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่น
มาตรการดังกล่าวนี้ มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ความรุนแรงหลายจุดที่เกิดขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เน้นย้ำการใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เพื่อเร่งสร้างความสงบเรียบร้อย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่