ทหาร 3 เหล่าทัพ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชินี” เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ณ ท้องสนามหลวง-ป้อมวิไชยประสิทธิ์-อุทยานการบิน
วันนี้ (3 มิ.ย.69) เวลา 12.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กองทัพบกโดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
ส่วน กองทัพเรือ โดย กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ทำการยิงสลุตหลวง ด้วยปืนใหญ่ขนาด 76/40 มิลลิเมตร จำนวน 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

ขณะที่ กองทัพอากาศ โดย กรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ

ทั้งนี้ 3 เหล่าทัพ ได้ทำการยิงพร้อมกัน โดยจัด 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิง จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที
สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลกยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติหรือบุคคลสำคัญ โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีเกณฑ์จำนวนนัดตามควรแก่เกียรติยศ ปัจจุบันประเทศไทยยึดตามหลักเกณฑ์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ โดยจะทำการยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด ที่ผ่านมาได้ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี

ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากัน ยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด