กอ.รมน. เดินหน้าดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละอย่างต่อเนื่อง มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 2 ณ กองทัพภาคที่ 1 พร้อมยืนยันการสนับสนุนภารกิจของกองทัพอย่างเต็มกำลัง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เดินหน้าดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เร่งให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยา และการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ก่อนหน้านี้ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. ร่วมกับมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน สนับสนุนเครื่องช่วยหายใจให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จำนวน 2 เครื่อง มูลค่ารวม 900,000 บาท เพื่อใช้รักษากำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติบริจาค 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวินบริจาคอีก 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมอบเงินช่วยเหลือแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 35 นาย นายละ 3,000 บาท รวม 105,000 บาท พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต จำนวน 27 ครอบครัว ครอบครัวละ 10,000 บาท รวม 270,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งกำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียสละในการปกป้องแผ่นดินไทย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต และร่วมพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย รายละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 140,000 บาท พร้อมมอบพัดลม Hatari ขนาด 18 นิ้ว จำนวน 14 เครื่อง ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและยกย่องเกียรติคุณของผู้ที่พลีชีพในการปฏิบัติหน้าที่
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน. มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การช่วยเหลือด้านสวัสดิการ และการสนับสนุนการดำรงชีวิตของครอบครัวผู้สูญเสีย

กอ.รมน.ขอแสดงความอาลัยต่อกำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียสละอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนภารกิจของกองทัพในการพิทักษ์อธิปไตย รักษาความมั่นคงของประเทศ และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในระยะยาว
