ศุลกากรหนองคาย โชว์เจ๋ง! รวบ 2 ชาวลาว ซุกโน้ตบุ๊ก 13 เครื่อง-มือถือ 63 เครื่อง ลอบข้ามโขง สงสัยโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เร่งขยายผลทั้งขบวนการ
รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเต็มกำลัง ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่สั่งยกระดับการสกัดกั้นภัยไซเบอร์ พร้อมมอบหมายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร กำชับเจ้าหน้าที่ทุกด่านเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.จว.ภ.หนองคาย พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.หนองคาย เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมปฏิบัติการตรวจเข้มชายแดน
กระทั่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่พบชาวลาว 2 คน ขับรถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จึงเรียกตรวจสอบ พบกล่องพัสดุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณช่องเก็บของด้านหลังรถ ก่อนนำเข้าสแกนด้วยเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) ของกรมศุลกากร ผลการตรวจพบลักษณะคล้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงเปิดตรวจอย่างละเอียด พบคอมพิวเตอร์พกพา (Notebook) จำนวน 13 เครื่อง

จากการตรวจค้นรถเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ยังพบโทรศัพท์มือถือซุกซ่อนอยู่ใต้พรมพักเท้าและภายในลิ้นชักหน้ารถ รวมอีก 63 เครื่อง รวมของกลางทั้งสิ้น 76 รายการ จึงควบคุมตัวชาวลาวทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีและขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการลักลอบขนส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามแดนต่อไป