เจาะลึกตลาดหุ้นจีนกับตลาดหุ้นไทย พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยหนุน AI และโอกาสการลงทุนที่นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงได้

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69 สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดการบรรยายพิเศษในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 ณ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL Securities) เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก นายชาญชัย กุลถาวรากร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ตลาดหุ้นจีนแตกต่างกับไทยอย่างไร”

นายชาญชัยอธิบายว่า ตลาดทุนจีนมีขนาดใหญ่และมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าตลาดหุ้นไทย โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ A-Shares ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และปักกิ่ง, H-Shares ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง, B-Shares, Red Chips, P-Chips รวมถึง American Depositary Receipts (ADR) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณลักษณะและกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายแตกต่างกัน

พร้อมกันนี้ ยังอธิบายบทบาทของตลาดหลักทรัพย์แต่ละแห่งของจีน โดย ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์กลางของบริษัทขนาดใหญ่และรัฐวิสาหกิจ ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น เป็นฐานของบริษัทเอกชน กลุ่มเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ตลาดหลักทรัพย์ปักกิ่ง มุ่งสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ ขณะที่ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ยังคงเป็นศูนย์กลางการระดมทุนระดับนานาชาติของบริษัทจีน
นายชาญชัยประเมินว่า ตลาดหุ้นจีนยังมีปัจจัยสนับสนุนที่น่าติดตาม ทั้งระดับมูลค่าหุ้นที่ปรับลดลงจนอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว การเติบโตของอุตสาหกรรม AI และ เซมิคอนดักเตอร์ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายพึ่งพาเทคโนโลยีของรัฐบาลจีน รวมถึงสัญญาณฟื้นตัวของภาคการบริโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์
อีกหนึ่งดัชนีสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ CSI 300 ซึ่งรวบรวมหุ้น A-Shares ขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงจำนวน 300 บริษัทจากตลาดเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น ถือเป็นดัชนีที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดทุนจีนในลักษณะเดียวกับ S&P 500 ของสหรัฐฯ และมักตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับนักลงทุนไทย นายชาญชัยระบุว่า ปัจจุบันสามารถลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้ผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt) สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกลงทุนรายบริษัท การลงทุนผ่าน ETF เพื่อกระจายความเสี่ยงในหลายอุตสาหกรรม หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดูแล ซึ่งหลายกองทุนมุ่งเน้นหุ้นกลุ่ม AI เทคโนโลยี และนวัตกรรมของจีน

ในช่วงท้ายของการบรรยาย นายชาญชัยยืนยันถึงความพร้อมของบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ในการสนับสนุนนักลงทุนไทย ด้วยบทวิเคราะห์เชิงลึก เครื่องมือด้านการลงทุน และแพลตฟอร์ม ASL ONNET เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลและโอกาสการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
