“บิ๊กดุลย์” สวมหมวก กห.1 ลุยตรวจเยี่ยม DTI ที่แรก ดันกองทัพไทยพึ่งตนเอง โชว์ศักยภาพ “โดรน-หุ่นยนต์รบ” ใช้งานจริงชายแดน
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) เป็นหน่วยงานแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปความก้าวหน้าด้านการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย โดยเน้นย้ำการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก
ในการนี้ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้นำยุทโธปกรณ์ทั้งที่ประจำการอยู่แล้ว อยู่ระหว่างการพัฒนา และอยู่ในแผนจัดหา มาจัดแสดงอย่างครบครัน อาทิ หุ่นยนต์ทางยุทธวิธี ระบบจรวดหลายลำกล้อง รถฐานยิงจรวดอเนกประสงค์ หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด หุ่นยนต์ตรวจการณ์แบบพกพา และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
โดย รมว.กลาโหม ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ พร้อมสอบถามถึงบทบาทขององค์ความรู้จากศูนย์ดังกล่าวในการนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ามีส่วนสนับสนุนภารกิจทางทหารอย่างไรบ้าง
พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการบูรณาการศูนย์ฝึกฯ เข้ากับแผนการจัดตั้งฝูงบินอากาศยานไร้คนขับของกองทัพบก ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น “ฝูงบินฟินิกซ์” ของหน่วยเฉพาะกิจกองกำลังนเรศวร กองพลทหารราบที่ 4 โดยปัจจุบันได้มีการฝึกอบรมนักบินโดรนทางทหารแล้วมากกว่า 400 นาย
ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพได้มีการส่งอากาศยานไร้คนขับเข้าปฏิบัติการจริงในพื้นที่ และประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งในอนาคตจะมีการบูรณาการการใช้งานร่วมกันให้มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเพื่อภารกิจด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยเหลือด้านภัยพิบัติอีกด้วย
พล.ท.อดุลย์ ยังเน้นย้ำว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองด้านยุทโธปกรณ์ ซึ่งประเทศไทยก็มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกระสุน หรืออากาศยานไร้คนขับ ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงและมีมาตรฐานในระดับสากล
“นี่คือทิศทางสำคัญตามนโยบายรัฐบาล ที่มุ่งผลักดันให้กองทัพไทยพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน” รมว.กลาโหม กล่าว