รมว.กลาโหม ควง ผบ.ทอ. ลงพื้นที่เชียงใหม่ เปิดวอร์รูม กองบิน 41 ติดตามไฟป่าภาคเหนือ สั่งทุกหน่วยผนึกกำลังดับวิกฤติฝุ่น-หมอกควัน
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้แทนจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติควบคุมไฟป่า พร้อมติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 , ผู้ว่าฯเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่

ในการนี้ คณะได้ร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวทางการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมหน่วยบินควบคุมไฟป่า และติดตามการปฏิบัติการในพื้นที่จริง ทั้งนี้ ระหว่างการเดินทางโดยอากาศยาน ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อให้การตรวจเยี่ยมและการสั่งการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
รมว.กลาโหม กล่าวเน้นย้ำว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ กองทัพ หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ การใช้อากาศยาน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ภารกิจนี้ไม่ใช่เพียงการดับไฟป่า แต่คือการต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และลมหายใจของพี่น้องประชาชน
โดยก่อนหน้านี้ รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานในการซักซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะการบูรณาการการใช้อากาศยานในการดับไฟป่า ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำแผนดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติจริง ส่งผลให้การตอบสนองต่อสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รมว.กลาโหม ได้กล่าวชื่นชมกำลังพล เจ้าหน้าที่ และจิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน พร้อมเน้นย้ำนโยบายเร่งด่วนในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ได้แก่ การปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อควบคุมไฟตั้งแต่ต้นทาง การบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ และการสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์ รวมถึงการใช้อากาศยานและเทคโนโลยีอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนในการหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด