รองผู้ว่าฯ กทม. ถ่ายทอดมุมคิดบริหารเมืองยุคใหม่ ชี้ผู้นำต้องใช้ “ข้อมูล-ยุทธศาสตร์-นวัตกรรม” เชื่อมทุกหน่วยงานเข้าหากัน เตือนทำงานแบบแยกส่วนพาเมืองสะดุด พร้อมย้ำ นักยุทธศาสตร์ตัวจริงต้องเปลี่ยนผลกระทบเชิงลบให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเมือง
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.69 ที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยายพิเศษหัวข้อ “การบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร” ภายใต้โครงการศึกษาอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร (มหานคร รุ่น 14) โดยถ่ายทอดแนวคิดการบริหารเมืองสมัยใหม่ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของมหานครทั่วโลก

รศ.ทวิดา ระบุว่า การพัฒนาเมืองในปัจจุบันไม่สามารถใช้เพียงประสบการณ์หรือการแก้ปัญหาแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัย “ข้อมูล” เป็นแกนหลักในการกำหนดยุทธศาสตร์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Strategy ควบคู่กับการตั้งคำถามใหม่ ๆ เพื่อเปิดทางสู่นวัตกรรม
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาองค์กรจำนวนมากมักพยายามหาคำตอบเดิมให้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เพียง “การพัฒนา” แต่ไม่สามารถสร้าง “นวัตกรรม” ที่เปลี่ยนเมืองได้จริง พร้อมชี้ว่า เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครกำลังเผชิญความท้าทายทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจราจร น้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 รวมถึงคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด

“นักยุทธศาสตร์ที่ดีต้องไม่ทำงานแบบไซโล หรือแยกส่วน แต่ต้องมองเห็นผลกระทบที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด ว่านโยบายหนึ่งจะกระทบอีกหน่วยงานอย่างไร” รศ.ทวิดา กล่าว พร้อมยกเปรียบเทียบว่า ผู้นำเมืองที่มีวิสัยทัศน์ต้องรู้ว่า “ปืนนัดเดียวจะยิงนกได้ทั้งรังอย่างไร” หรือหากพลาดเป้าหมายหนึ่ง จะเกิดผลกระทบต่ออะไรตามมา ซึ่งหากสามารถออกแบบนโยบายเพื่อลดผลกระทบได้ตั้งแต่ต้น ถือเป็นความสามารถขั้นสูงของนักบริหารเมืองยุคใหม่
นอกจากนี้ รศ.ทวิดา ยังเน้นว่า ความเก่งของผู้บริหารไม่ได้อยู่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องสามารถเปลี่ยน “วิกฤติ” ให้เป็น “โอกาส” เพื่อสร้างประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ด้านอื่นของเมืองได้ด้วย

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา “สมาร์ทซิตี้” ของหลายประเทศทั่วโลก ที่ใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยบริหารเมืองแบบเรียลไทม์ ทั้งด้านขนส่ง สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และบริการประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลกลางและระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองหลวงในอนาคต และผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่มหานครที่บริหารด้วยข้อมูลและนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ
