“ทัพไทย” เดินหน้าเต็มสูบ พัฒนา “Autonomous Systems” รับมือสงครามยุคใหม่ ผุดแผนตั้ง “หน่วยบัญชาการสงครามไร้คนขับ” เชื่อมรบทุกมิติทั้งบก-ทะเล-อากาศ-ไซเบอร์
พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผูบ.ทหารสูงสุด สวมเครื่องแบบกองทัพอากาศยศ “พลอากาศเอก” เป็นครั้งแรก เดินทางตรวจเยี่ยมกองทัพอากาศ และเป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 4/2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง ท่ามกลางการจับตาทิศทางการพัฒนากองทัพไทยสู่ “สงครามอัจฉริยะ” ในอนาคต
โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า

ภายหลังเดินทางถึง พล.อ.อุกฤษฏ์ ได้ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ พร้อมประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ก่อนลงนามในสมุดเยี่ยมกองทัพอากาศ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ และร่วมพิธีต่าง ๆ ตามธรรมเนียมทหาร
จากนั้นเข้าสู่การประชุม ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือ การพัฒนาขีดความสามารถ “ระบบอัตโนมัติ” หรือ Autonomous Systems เพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในโลกยุคดิจิทัล
ที่ประชุมระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของกองทัพชั้นนำทั่วโลก เพราะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ ลดความสูญเสียกำลังพล และสามารถปฏิบัติภารกิจได้ต่อเนื่องในทุกสภาพสนามรบ

กองบัญชาการกองทัพไทย จึงเร่งผลักดันแนวทางพัฒนาระบบอัตโนมัติ เพื่อเชื่อมโยงการปฏิบัติการในทุกมิติ หรือ All Domain Operations ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางอวกาศ และทางไซเบอร์ พร้อมจัดตั้ง “หน่วยระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม” ภายใต้หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีทางทหารอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสถาบันการศึกษาชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการวิจัย พัฒนา และผลิตอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงระบบต่อต้านโดรน เพื่อเสริมศักยภาพกองทัพไทยให้พึ่งพาตนเองได้ในอนาคต
ขณะที่กองทัพบก ได้นำเสนอแนวคิด “สงครามสนามรบอัตโนมัติ” หรือ Autonomous Battlefield แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ระบบกึ่งอัตโนมัติ ระบบอัตโนมัติที่มีมนุษย์ควบคุม ไปจนถึงระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมผลักดันการจัดตั้ง “หน่วยบัญชาการสงครามไร้คนขับ” หรือ Unmanned Warfare Command เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาสงครามยุคใหม่แบบบูรณาการ รองรับการรบแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ทั้งนี้ กองทัพบกยังมีแผนบูรณาการระบบอัตโนมัติเข้ากับภารกิจหลักด้านการข่าว การควบคุมบังคับบัญชา การยิงสนับสนุน และการป้องกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางทหารให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลกที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว