ผบ.กองเรือยุทธการ แจงปมจัดหาเรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้าน ลดราคา 270 ล้าน เดินหน้าตามกติกา ผ่านเพียง 1 บริษัทที่ถูกต้อง สุดท้ายโดนร้องค้าน ยัน ทร.พร้อมรับผลอุทธรณ์
พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต เปิดรายละเอียดขั้นตอนการคัดเลือกผู้เสนอราคา หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ยืนยันทุกขั้นตอนดำเนินการตามกรอบที่กำหนด พร้อมเปิดเผยว่า หลังเจรจาต่อรองสามารถลดราคาจากวงเงินโครงการ 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาท หรือลดลง 270 ล้านบาท คิดเป็น 1.5%
พล.ร.อ.กรวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดบางประการได้ เนื่องจากยังไม่พ้นระยะเวลาตามสัญญาและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง จึงขอทำหน้าที่ชี้แจงข้อมูลในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการ โดยจะคำนึงถึงกติกาทางการค้า รวมถึงผลกระทบและความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทที่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงขอสงวนชื่อบริษัทเหล่านั้น
สำหรับที่มาของโครงการ กองทัพเรือได้กำหนดความต้องการจัดหาไว้ในเอกสารทางยุทธศาสตร์ ก่อนแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ และจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะหรือทีโออาร์ (TOR) รวมถึงกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคา โดยมีผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบในทุกขั้นตอน
จากนั้นมีการออกเอกสารเชิญชวนบริษัทเมื่อวันที่ 20 ก.พ. และกำหนดให้ยื่นข้อเสนอวันที่ 21 เม.ย. ปรากฏว่ามีบริษัทเข้ายื่นข้อเสนอรวม 6 ราย โดยเอกสารแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ซองคุณสมบัติของบริษัท ซองข้อเสนอด้านเทคนิค และซองเสนอราคา โดยหลักเกณฑ์กำหนดว่า หากผู้เสนอราคารายใดไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในซองแรก ก็จะไม่มีการเปิดซองข้อเสนอทางเทคนิคและซองราคา
ผบ.กร. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสนอราคาบางรายไม่ผ่านคุณสมบัติในซองแรก เนื่องจากเอกสารประกอบไม่ครบถ้วน เช่น ไม่ยื่นสำเนางบการเงินหรือรายงานผลประกอบการย้อนหลัง รวมถึงไม่แสดงหลักฐานมูลค่าสุทธิของบริษัทให้เป็นบวก ณ วันสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง เรื่องมูลค่าสุทธิของบริษัทและงบการเงิน มีเป้าหมายเพื่อคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความมั่นคงทางการเงิน และลดความเสี่ยงกรณีคู่สัญญาของรัฐทิ้งงาน
ส่วนบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในซองแรก แต่ไม่ผ่านการพิจารณาซองที่ 2 พบประเด็นเกี่ยวกับข้อเสนอทางเทคนิค เช่น การยื่นข้อเสนอแบบมีเงื่อนไข โดยระบุว่าจะส่งมอบแบบเรือภายหลังได้รับการคัดเลือก เนื่องจากแบบเรือเป็นลิขสิทธิ์ของกระทรวงกลาโหมประเทศนั้น บางรายมีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการแพร่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากตัวเรือ ขณะที่บางรายเสนอแบบแปลนที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดในทีโออาร์
ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอแล้ว ระเบียบไม่เปิดให้ผู้เสนอราคานำเอกสารมาเพิ่มเติม เพราะอาจทำให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าร่วมเสนอราคา
สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว หรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่มีเพียงรายเดียวที่เสนอถูกต้องตรงตามเงื่อนไข ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อ 56 กำหนดให้เสนอพิจารณายกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ และได้รับความเห็นให้ดำเนินโครงการต่อ จากนั้นคณะกรรมการบริหารโครงการได้ประชุมและมีมติรับทราบให้ดำเนินการต่อ โดยมีผู้สังเกตการณ์ภาคประชาชนเข้าร่วมรับฟัง และมีการจัดทำบันทึกรายงานการประชุมไว้เป็นหลักฐาน
เหตุผลสำคัญคือ หากยกเลิกโครงการและเริ่มกระบวนการใหม่ จะเหลือเวลาเพียงประมาณ 4 เดือนก่อนสิ้นปีงบประมาณ ขณะที่กระบวนการจัดหาใหม่อาจใช้เวลาอีก 6-7 เดือน ส่งผลให้โครงการล่วงเลยปีงบประมาณ 2569
กองทัพเรือประเมินว่า จะทำให้การจัดหาเรือเพื่อทดแทนเรือที่ปลดประจำการล่าช้า รวมถึงมีความเสี่ยงที่งบประมาณซึ่งได้รับอนุมัติแล้วจะตกไป และอาจส่งผลต่อแผนการวางกำลังเพื่อภารกิจป้องกันประเทศ
หลังผ่านกระบวนการคัดเลือก กองทัพเรือได้เจรจาต่อรองกับบริษัทที่ได้รับการคัดเลือก ทำให้สามารถลดราคาจากวงเงินโครงการ 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาท ลดลง 270 ล้านบาท หรือ 1.5% ของวงเงินโครงการ
นอกจากการลดราคาแล้ว ยังมีการเจรจาสิทธิประโยชน์ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่มเติม โดยครอบคลุมถึงลิขสิทธิ์พร้อมแบบเรือฟริเกต รวมถึงระบบอำนวยการรบ และรายการอื่นๆ ซึ่งจะถูกกำหนดรายละเอียดไว้ในสัญญา
สำหรับสถานะปัจจุบัน กองทัพเรือรับทราบผลการคัดเลือกและผลการเจรจาต่อรองแล้ว ก่อนเสนอขออนุมัติตามลำดับขั้นตอน และได้รับการอนุมัติจากหน่วยเหนือ รวมถึงได้รับอนุมัติสั่งจ้างตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเดิมกำหนดลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งผลการพิจารณาให้บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกทราบในวันเดียวกับการประกาศผลผู้ชนะ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านผลการพิจารณาของกองทัพเรือ จึงต้องดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง และชะลอการลงนามในสัญญาไว้เป็นการชั่วคราว
กองทัพเรือจะส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้คณะกรรมการพิจารณาผลการอุทธรณ์พิจารณา โดยพร้อมปฏิบัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป