ผบ.กองเรือฟริเกตที่ 1 แจงเกณฑ์คัด “เรือฟริเกต” ใช้โมเดลสหรัฐฯ นำมาตรฐานนาโตมาวัด พร้อมเปิดกว้างทีโออาร์ ในการแข่งขัน
พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถ โดยพิจารณาข้อเสนอภายใต้กรอบทีโออาร์อย่างเคร่งครัด ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน เอกสารถูกต้อง และเป็นไปตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ระเบียบกรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง
สำหรับข้อเสนอด้านเทคนิค ต้องสอดคล้องกับทีโออาร์และครอบคลุมแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยคณะกรรมการได้นำแนวคิดจากโมเดลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ใช้วัดประสิทธิผลและประเมินระบบอาวุธ (Measuring the Effectiveness of Weapon Systems) มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการประเมินข้อเสนอจัดหาเรือฟริเกต
เกณฑ์ประเมินครอบคลุมทั้ง ขีดความสามารถในการรบ การโจมตีเป้าหมาย สงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบโซนาร์ ตอร์ปิโด อาวุธนำวิถีพื้นสู่พื้นและพื้นสู่อากาศ ปืนหลัก-ปืนรอง ระบบป้องกันระยะประชิด เรดาร์ตรวจการณ์ และระบบอำนวยการรบ รวมถึงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ และคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของเรือ ทั้งระบบขับเคลื่อนและความสามารถในการหลบหลีกหรือลดโอกาสถูกตรวจจับ
นอกจากนี้ ยังประเมินด้านการส่งกำลังบำรุงและการสนับสนุนทางเทคนิค โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือของระบบสำคัญ เช่น ระบบอำนวยการรบ เรดาร์ตรวจการณ์ ระบบควบคุมการยิง และระบบขับเคลื่อน ตลอดจนประสบการณ์ของผู้เสนอราคาในการสร้างเรือฟริเกต การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
พล.ร.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า แนวทางจัดทำทีโออาร์ยึดความต้องการของกองทัพเรือเป็นหลัก คือ ต้องการเรือที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยกำหนดให้การสร้างเรือเป็นไปตามกฎของสมาคมจัดชั้นเรือ (Naval Ship Rules of Recognized Classification Society) หรือมาตรฐานนาโต และต้องได้รับการรับรองจากสมาคมจัดชั้นเรือ พร้อมให้เข้าตรวจสอบมาตรฐานระหว่างการก่อสร้าง
สำหรับคุณลักษณะสำคัญ ทีโออาร์กำหนดขั้นต่ำให้มี เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติ แบบ AESA (Active Electronically Scanned Array) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเรดาร์แบบแอ็กทีฟอิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจจับเป้าหมายขนาดเล็กได้พร้อมกันหลายเป้าหมาย มีความแม่นยำสูง ทนทาน และรบกวนได้ยาก ทั้งนี้ ผู้เสนอสามารถเสนออุปกรณ์ที่มีขีดความสามารถสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำได้ เพื่อเปิดให้เกิดการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
ส่วนมาตรฐานนาโตให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความได้มาตรฐานของอุปกรณ์ การทำงานร่วมกันระหว่างระบบ และความสามารถในการปฏิบัติการในสภาพทะเล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรือรบสมัยใหม่