กองทัพเรือเดินหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกต หลังปลัดกลาโหมลงนามอนุมัติผลคัดเลือกแล้ว เตรียมเปิดรายละเอียดอย่างเป็นทางการ 18 ก.ย. หลังพ้นกรอบรับอุทธรณ์ ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส คุ้มค่างบแผ่นดิน พร้อมผลักดันถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาคนไทย-อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตว่า หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามรับทราบเอกสารสรุปผลการพิจารณาคัดเลือก ตามที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือเสนอ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ลงนามอนุมัติผลการพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนดังกล่าวถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของโครงการจัดหาเรือฟริเกต ซึ่งกองทัพเรือวางเป้าหมายใช้เสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจทางทะเล และดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว
โฆษก ทร. กล่าวว่า กองทัพเรือเข้าใจดีว่าโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งด้านความมั่นคงของประเทศ การรักษาผลประโยชน์ทางทะเล และการใช้งบประมาณแผ่นดิน จึงให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
สำหรับกระบวนการคัดเลือก กองทัพเรือพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ทั้งขีดความสามารถทางยุทธการ ความเหมาะสมกับภารกิจ ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับในระยะยาว โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
พล.ร.ต.ปารัช ระบุว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้อยู่ที่การจัดหาเรือ ให้กองทัพเรือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ประเทศได้รับประโยชน์ควบคู่กันไป งบประมาณด้านความมั่นคงต้องต่อยอดไปสู่การพัฒนาบุคลากร อุตสาหกรรม และความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้ผลการพิจารณาคัดเลือกจะได้รับอนุมัติแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาการรับเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทุกรายใช้สิทธิตามขั้นตอน และให้กระบวนการดำเนินไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
กองทัพเรือ จึงเตรียมแถลงผลการพิจารณาคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกตอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ก.ย. 2569 หลังครบกำหนดระยะเวลารับเรื่องอุทธรณ์ โดยจะเปิดเผยผลการคัดเลือก พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ เหตุผล และสาระสำคัญของข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงประโยชน์ที่กองทัพเรือและประเทศไทยจะได้รับ
พล.ร.ต.ปารัช กล่าวย้ำว่า เรือฟริเกตเป็นยุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณของประชาชน ดังนั้น เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการได้เรือที่มีขีดความสามารถเหมาะสมกับภารกิจของกองทัพเรือ แต่ต้องสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศ ทั้งด้านองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร และการเติบโตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และต้องได้เรือ ประเทศต้องได้ขีดความสามารถ คนไทยต้องได้องค์ความรู้ และอุตสาหกรรมไทยต้องมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน